บันทึกเมื่อ 05.04.2016
สวัสดีค่ะ วันนี้จะมาอวยเจ้านาย
อ่ะ…ฝนจะตกไหมนะเนี่ย ปกติว่างไม่ได้ต้องนินทา
วันนี้จะมาอวยกันซะอย่างงั้น
เอาจริงๆมันก็ขัดนิสัยลูกน้องจอมนินทาอย่างผู้เขียนมากค่ะ
แต่คราวนี้คือ มันจะเป็นอย่างอื่นไปมิได้ นอกจากอวยนะ
เอ…จะว่าไป เวลาที่เราพูดอะไรถึงใครลับหลัง
ไม่ว่าจะดี หรือไม่ดี ก็เรียกว่า นินทาหมดนี่นา
เออ…ไม่หลุดคอนเซ็ปนะคะ ฮ่าาๆๆๆ
เริ่มจาก ผู้เขียนได้มีโอกาสสัมภาษน์พี่เปี่ยมค่ะ ด้วย PPCC มีการเริ่มต้นใหม่ๆ หลายอย่างในปี 2016 นี้
ซึ่งนั่นรวมถึง การปรับปรุง Website ให้ Update ทันสมัยขึ้น และมีเรื่องของการให้สัมภาษน์ รายการออนไลน์ และรายการทีวี
ที่ผ่านมา ใน Web เราแค่บอกว่า เราเปิดปีไหน ทำอะไร มีบริการอะไรบ้าง ผู้เขียนคิดว่า ถ้าเราจะปรับปรุงหน้าตาของ Website แล้ว เราน่าจะใส่ความเป็นตัวเราเข้าไปด้วย ไม่ว่าจะเป็น ส่วนของ พี่เปี่ยมและ ครอบครัวPPCC
เมื่อออกความเห็นไปเช่นนั้นแล้ว…ดังนั้น…ผู้เขียนจึงได้รับมอบหมายอย่างเป็นทางการว่า
“ก็ไปเขียนมาเด่ะ” (ทางการมาก)
งานมันเข้าผู้เขียนก็ตอนนี้แหละ…ข้อมูลที่เราต้องใช้ในการเขียน คือ ประวัติผู้บริหาร วิศัยทัศน์ ที่มา PPCC บลาๆๆ รวมถึงในการให้สัมภาษน์ในรายการออนไลน์ และ ทีวี พี่เปี่ยมเองที่ไม่เคยทำมาก่อน ก็กังวลจะพูดผิดพูดถูก สิ่งที่ผู้เขียนจะทำให้ได้ คือ การเขียนเรียบเรียงบทเริ่มต้นให้ก่อน ซึ่งนั่นล้วนแล้วแต่จะต้องเอามาจากความจริงล้วนๆ
คือ…ผู้เขียนมโนประวัติ วิศัยทัศน์ แนวคิดต่างๆของท่านมิได้นะเจ้าคะ หลังจากขอคิวทองมาได้ จึงได้มีการสัมภาษน์ดังกล่าว

 img_1332

ถามว่าทำงานกันมาเป็นปี ไม่รู้ที่มาที่ไปหรอ?
ก็ฟังๆ เหมือนเวลาผู้ใหญ่เล่าเรื่องความหลังแหละค่ะ แต่มันจะไม่เกี่ยวเนื่องกัน เวลาแกนึกตอนไหนได้แกก็จะเล่า นี่จึงเป็นครั้งแรกที่ได้นั่งคุยกันจริงจัง ตั้งแต่เริ่ม จนปัจจุบัน รวมถึง ได้ให้คำถามต่อว่า ในการตัดสินใจ การทำ หรือ ไม่ทำ แต่ละเรื่อง มีความคิดอย่างไร
คือบอกตรงๆนะคะ ทำงานกับพี่เปี่ยมมา หลายครั้งที่มีความรู้สึกนะ ว่า เฮ้ย…ผู้หญิงตัวเล็กๆ เดินห้าวๆ เสียงแหลมๆ คนนี้ ทำไมถึงบริหารบริษัทได้แบบนี้ แม้ว่าบริษัทเราจะไม่ได้ใหญ่ แต่ความรับผิดชอบต่อลูกค้าเราใหญ่มากๆ คือ ผู้เขียนมักจะมีอารมณ์ร่วมเสมอ อย่างเวลาที่พี่เปี่ยมต้องเผชิญปัญหาต่างๆ เคยมีความคิดผุดขึ้นในหัวทันทีว่า “ทำไม ผู้หญิงตัวเล็กๆคนเดียว ถึงต้องรับผิดชอบอะไรที่ใหญ่ขนาดนี้”
ยิ่งได้คุยกันรอบนี้ บางอย่างเคยฟังแล้ว บางอย่างก็ใหม่ ไม่เคยได้ยินเลย บางอย่างที่เราสงสัยความคิดของพี่เปี่ยม เราก็ได้โอกาสถามมันวันสัมภาษน์นี่แหละ คือ 2 ชั่วโมงผ่านไป ถ้าไม่เกรงใจที่ว่า ขนาดและน้ำหนักตัวผู้เขียน อาจทำให้พี่เปี่ยมกระดูกหักได้ นี่คงกระโดดกอดไปแล้ว
เอ๊ะ…สรุปว่าผู้เขียนเล่าหรือยัง ว่าที่สัมภาษน์ไป มีอะไรบ้าง? ฮ่าๆๆ
คือ 2 ชั่วโมง แถมต่อด้วยนั่งรถไปกินข้าว นั่งฟังระหว่างทาง และคุยกันต่อที่ร้านข้าวอีก นี่ยังไม่นับเวลาที่ผ่านวันนั้นมาแล้ว พี่ท่านเกิดนึกได้ขึ้นมา แล้วเดินมาเล่าเพิ่มอีกนะ คือ น่าจะรวมเล่มได้ทีเดียว เพราะฟังตั้งแต่ เกิดมาจนปัจจุบัน…กี่ปีน๊าาา ไม่พูดดีกว่า ฮ่าๆๆ
ยกตัวอย่าง 1 เรื่อง ก็แล้วกัน เป็นประโยคที่ผู้เขียนเอาไปโพสใน Facebook Fanpage ของ PPCC ก่อนหน้าจะเขียนบทนี้ไม่กี่วันเอง

” Human is the most of valuable asset”

 

Human is the most of valuable asset. คน เป็นทรัพย์สิน ที่มีค่าที่สุด
มันเป็นอะไรที่ชัดเจนมากในเรื่องของการบริหารของพี่เปี่ยม ที่จะเน้นเรื่องของคน เพราะมุมมองนี้ พี่เปี่ยมใช้เวลาส่วนนี้มากๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการให้คำปรึกษาทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว การพัฒนาทั้งด้านทักษะความรู้ความสามารถ และพัฒนาด้านความคิด รวมไปถึงให้คำปรึกษา และเปิดโอกาสเรื่องของความเจริญก้าวหน้าในชีวิต ไม่ว่าจะจาก PPCC และ นอกเหนือจากงานประจำด้วย พี่เปี่ยมคิดเผื่อหมด ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่า คนที่ได้รับจะมองเห็นหรือเปล่า ไม่ว่าจะพัฒนาด้านไหน ทั้งเรื่องงาน เรื่องชีวิต คนได้รับประโยชน์คือ คนรับเอง 100% ที่เหลือสำหรับ PPCC คือ ผลพลอยได้ ซึ่งนั่นเป็นอะไรที่พี่เปี่ยมเต็มใจอย่างยิ่ง
พี่เปี่ยมมีความเชื่อที่ว่า อย่างอื่น จะเครื่องจักร สิ่งของ สถานที่ ฯลฯ นั้นหาสิ่งที่ทดแทนได้
แต่คน…ไม่มีอะไรจะมาทดแทนได้ทั้งนั้น ผู้เขียนหมายถึง พี่เปี่ยมเน้นไปที่ตัวบุคคลจริงๆ ไม่ได้มองแค่ตำแหน่งหน้าที่ในการทำงาน ที่จะหาคนมาแทนได้เท่านั้นนะคะ
ความยากของการให้ความสำคัญ และให้เวลากับ คน เป็นอะไรที่ยากกว่า เน้นผลลัพธ์มากๆ
ยกตัวอย่างง่ายๆ ถ้าผู้เขียนเดินไปถามเรื่องเกี่ยวกับงาน คิดว่าทำอย่างไรง่ายกว่ากันคะ?
1. บอกคำตอบ แล้วไปทำซะ
2. ถามกลับ เพื่อให้เราได้คิด และพยายามหาทางออกให้ได้ด้วยตัวเอง โดยคอยแนะนำข้างๆ
ข้อ 1 ใช้เวลาแป๊บเดียวค่ะ แถมได้งานทันทีเลย
ส่วนข้อ 2 ใช้เวลาเยอะมาก ใช้พลังในการชี้แนะเยอะมาก กว่าจะคิดได้เอง อาจมีการขัดแย้ง ไม่พอใจเกิดขึ้นอีก สารพัดค่ะ ผลงานก็ยังไม่เกิดช้าอีกต่างหาก
แต่ 2 ข้อนี้ต่างกันยังไงคะ?
ข้อ 1 เน้นผลลัพธ์ แต่คนไม่ได้ฝึกพัฒนาด้วยตัวเองได้อย่างยั่งยืน เป็นหุ่นยนต์ หรือแค่อาหารตามสั่ง
แต่ข้อ 2 เน้นพัฒนาคน คนได้ฝึกความคิด ได้พยายามหาทางด้วยตัวเองโดยมีพี่เลี้ยงคอยชี้แนะ ผลลัพธ์อาจจะได้ช้าหน่อย แต่คนก็ค่อยๆได้พัฒนาตัวเอง พัฒนาความคิด ได้อย่างยั่งยืนยิ่งขึ้น
นี่แค่ตัวอย่างง่ายๆค่ะ จริงๆมีอีกเยอะ ที่พี่เปี่ยมทุ่มเททั้ง แรง ทุน และ เวลา ให้กับ คนในครอบครัว PPCC
เฮ้… อะไรเนี่ยยย พอได้อวยทีก็ยาวเชียว คราวหน้าจัดนินทาเม๊ามอยดีกว่า
เราจะหลุดคอนเซ็ป พนักงานจอมนินทาไม่ได้ โปรดติดตามตอนต่อไปค่า
มีเรื่องเม๊า บอกเลย หุหุหุ
อ่านย้อนหลัง